ความหมายของมัลติมีเดีย

ความหมายของมัลติมีเดีย 

ความหมายของมัลติมีเดีย และการนำไปใช้งาน

ความหมายของมัลติมีเดียนั้น หมายถึงกลุ่มข้อมูลที่มี 5 ปัจจัยหลักในการนำแสดง ได้แก่ ตัวหนังสือ ภาพ เสียง วีดีโอ และ ภาพเคลื่อนไหว ซึ่งในปัจจุบันนี้เราใช้มันในชีวิตประจำวันอย่างกว้างขวาง ผ่านทางโทรศัพท์ ทีวี คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อีเล็คโทรนิคส์ต่าง ๆ มีการแสดงครบทั้ง 5 ปัจจัยหลักที่กล่าวมาข้างต้น
โดยทั้ง 5 ปัจจัยหลัก มีความหมายด้วยกันดังนี้
  1. ตัวหนังสือ (Text) หมายถึง ตัวหนังสือแสดงผ่านทางหน้าจอ หรือ กระดาษต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นตัวสื่อสารข้อมูลหลัก ให้ผู้ใช้ได้อ่านทำความเข้าใจ โดยเป็นส่วนประกอบสำคัญทางสื่อมัลติมีเดีย ซึ่งจะขาดไม่ได้สำหรับเว็บไซต์ต่าง ๆต้องการนำเสนอที่เป็นตัวหนังสือโดยเฉพาะ เพื่อใช้ร่วมกันกับ 4 ปัจจัยส่วนที่เหลือก็คือ ภาพ เสียง วีดีโอ และ อนิเมชั่น
    2. ภาพ (Image) เป็นภาพชนิดหนึ่ง หมายถึงภาพถ่าย หรือ รูปกรอบ หรือ ปุ่ม ที่ใช้ในการตอบสนองกับผู้ใช้ในโปรแกรมมัลติมีเดีย โดยมีการใช้งานในเว็บไซต์ โปรแกรม และสื่ออื่น ๆ ผ่านนามสกุลที่ใช้มากที่สุดได้แก่ JPEG PNG โดยสองนามสกุลนี้ถูกใช้เป็นหลักในงานมัลติมีเดียที่สุด เพื่อช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถสร้างสื่อที่มีขนาดเล็ก ในขณะที่รูปภาพยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์
    3. เสียง (Audio) เสียง เป็นสิ่งมีบทบาทสำคัญในทุก ๆ ระบบมัลติมีเดีย เพื่อช่วยให้การสื่อสารข้อมูลได้เข้าใจอย่างง่ายดายโดยเราสามารถพบเจอและเปิดใช้งานมันผ่านไฟล์จดนามสกุลมาดังนี้ ได้แก่ MP3, WMA, Wave, MIDi Real Audio โดยในปัจจุบันยังคงมีการพัฒนาให้ไฟล์มีขนาดเล็กลง แต่ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ลดเวลาในการโหลดข้อมูลผ่านหน้าเว็บไซต์
    4. วีดีโอ (Video) สื่อภาพเคลื่อนไหว เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามโปรแกรมมัลติมีเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเว็บไซต์ มีการถ่ายถอดสัญญาณภาพและเสียง ภาพไฟล์ข้อมูลมีการจดบันทึกนามสกุล Flash , MPEG, AVI, WMV, Quick Time โดยในปกติแล้ว โปรแกรมบราวเซอร์ต่าง ๆ สามารถรองรับการแสดงผลไฟล์ วีดีโอได้อยู่แล้ว แต่หากมีบางชนิดที่จำเป็นต้องลงแอพพลิเคชั่นเสริมเพื่อให้แสดงผลได้เต็มประสิทธิภาพ
    5. ภาพเคลื่อนไหว (Animation) คือการแสดงของชุดภาพหลาย ๆ ภาพมาต่อกันจนเห็นเป็นการเคลื่อนไหวได้นั่นเอง ถูกใช้เป็นหลักในการสร้างเอฟเฟคให้แก่สื่อดิจิตัล เพื่อเพิ่มลูกเล่น และความสวยงามให้น่าดึงดูดใจแก่ผู้ใช้งาน โดยเราจะสามารถพบเห็นมันได้ผ่านนามสกุล FLV , SWF เป็นสนามสกุลเฉพาะสามารถใช้งานได้ต่อเมื่อมีการติดตั้ง Adobe Flash
การนำแสดงข้อมูลนั้น มีอยู่หลายประเภท และชนิด เพื่อแยกตามเป้าหมายของที่จะสื่อถือมา โดยในปัจจุบันนี้มีรูปแบบการนำเสนอที่ได้รับความนิยมอยู่ตามนี้ ได้แก่
  1. การจัดทำเว็บไซต์นำเสนอผ่าน World Wide Web (WWW)
    2. การนำเสนอผ่านโปรแกรมสำเร็จรูปอย่าง Power Point , Excel , Word
    3. การนำเสนอจากการจัดทำวีดีโอผ่านเคลื่อนไหว เพื่อใช้ในการแสดงข้อมูล
    4. การนำเสนอผ่านสื่อดิจิตอล หรือ หนังสือ
ท้ายที่สุดแล้วการจะนำเสนอข้อมูลออกมาได้ดีเพียงใดขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เขียนว่าจะมีวิธีสื่อสาร หรือไอเดียในการทำมัลติมีเดียได้ดีขนาดไหน
Published on

มัลติมีเดีย หรือ เทคโนโลยีมัลติมีเดีย มีความสำคัญต่อการเรียนและการสอนเป็นอย่างมากโดยในยุคปัจจุบันแล้วเรื่องการทีระบบออนไลน์เข้ามามากขึ้น หรือที่เรียกว่าระบบเครือข่าย เพราะการที่เรานำเทคโนโลยีมัลติมีเดียเข้ามาใช้ ซึ่งแสดงผลออกมาได้อย่างหน้าพอใจ และผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับระบบได้ ระบบมีความสามารถเก็บข้อมูล หรือสถิติของผู้เรียนได้อย่างดีเช่นกัน ประโยชน์ที่ได้รับจากระบบมัลติมีเดีย





  1. เทคโนโลยีมัลติมีเดีย ช่วยให้การออกแบบบทเรียนในสื่อต่างๆ และยังส่งผลสัมฤทธิ์ การเรียนในฝ่ายวิจัยอีกด้วย
  2. มัลติมีเดียแบบแผ่นซีดี สามารถพกพาง่าย จัดเก็บง่าย และทำสำเนาได้หลายฉบับ
  3. สื่อมัลติมีเดียยังช่วยส่งเสริมในเรื่องการจำลองเหตุการณ์ หรือสถานที่ต่างๆเพื่อให้ผู้เรียนนั้นได้ศักยภาพความต้องการ และความสะดวกของตนเอง
  4. ทุกวันนี้เราสามารถสร้างสื่อมัลติมีเดียใช้เองได้ และยังประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ +
  5. สื่อมัลติมีเดีย เป็นตัวแทนของคุณครูหลายๆคนที่ไม่จำเป็นจะต้องเรียนในห้องเรียน สามารถเรียนได้ทุกสถานที่
  6. สามารถเรียนรู้ได้ไม่จำกัดอายุ ไม่จำกัดเพศ
  7. สื่อมัลติมีเดีย ยังช่วยพัฒนาองค์กรของเราให้มีความเจริญก้าวหน้าอีกด้วย


Published on





ก่อนอื่นต้องบอกเลยนะครับว่าการนำเสนองานโดยมัลติมีเดียต่างๆ หรือวิธีไหนก็แล้วแต่ สามารถเกิดข้อผิดพลาดได้ทั้งนั้น วันนี้จะมาบอกข้อห้ามที่ควรทำ กับวิธีแก้ไขเฉพาะหน้าตอนเกิดเหตุ
ข้อห้ามที่ 1 การอ่านแบบรวดเร็ว
การอ่านหนังสือ หรือ (อาขยาน) เป็นรูปแบบของการนำเสนอแบบโบราณ การนำเสนอลักษณะนี้ทำให้ผู้ฟังนั้นน่าเบื่อ การอ่านในที่นี้คือ การท่องจำมาจากหนังสือ ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่มีอารมณ์ในการนำเสนอ เปรียบสะเหมือนเป็นหุ่นยนต์ ลักษณะการนำเสนอแบบนี้จะเป็นการนำเสนอของมือใหม่ ซึ่งหากพูดไปแล้วก็คงจะไม่ได้แตกต่างอะไรจากการพิมพ์เลยก็ว่าได้ วิธีการแก้ไขคือ หากเราเป็นผู้นำเสนองานมือใหม่ ให้เราฝึกพูดกระจกเพียงคนเดียว มีสมาธิในการอธิบายงาน คิดก่อนจะพูด มีการหยอกล้อกับผู้ฟังบ้างเป็นบางครั้งเพื่อให้เกิดความไม่เกร็ง
ข้อห้ามที่ 2 อย่าไว้ใจระบบมัลติมีเดียให้มาก
เราไม่ควรฝากความหวังไว้กับสิ่งที่เราคาดไม่ถึงอย่างเช่น คอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊ค เพราะเรามักจะเจอกับสิ่งที่พ่วงรอบๆบริเวณโต๊ะของเรา เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอาจจะเกิดขึ้น เช่น โปรแกรมอาจจะเกิดการขัดข้อง คอมพิวเตอร์อาจจะดับในช่วงพรีเซนต์งาน หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอาจจะส่งผลเสียต่อหน้าที่การงานไม่มากก็น้อยแน่นอน
วิธีแก้ไข หมั่นใช้อุปกรณ์อื่นๆ เพื่อให้เกิดความเคยชิน หรืออาจจะทดแทนระบบคอมพิวเตอร์หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ตรวจเช็คห้องที่จะนำเสนองาน 1 วันก่อนการนำเสนองานจริง และความเข้าห้องก่อนประมาณ 30 นาทีเพื่อตรวจสอบความพร้อมของระบบคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย
ข้อห้ามที่ 3 อย่าออกนอกเรื่องขณะนำเสนองาน
การนำเสนอผลงานผ่านมัลติมีเดียชนิดใดก็แล้วแต่ การอธิบายงานในลักษณะการสอน จำเป็นต้องมีการพูดคุยเยอะ แต่หากพูดคุยออกนอกเรื่องบ่อยๆอาจจะส่งผลเสียต่อการ พรีเซนต์ ก็เป็นได้ ไม่ใช่ว่าการพูดคุยเยอะๆแล้วจะไม่ดีนะครับ การพูดคุยอยู่ในเรื่องที่กำลังรายงานก็ถือว่าดี แต่หากพูดเยอะไปและหลงทางเข้าประเด็นไม่ได้ก็ถือว่า การรายงานในชั่วโมงนี้นั้นผิดพลาดอย่ามากเลยทีเดียว
วิธีแก้ไข หากมีการรายงานหรือช้ำพูดบ่อย เราควรจะระลึกถึงสิ่งที่กำลังรายงาน หรืออธิบาย หมั่น focus ในสิ่งที่กำลังสอนเพื่อไม่ให้เกิดการวอกแวก และควรมีหัวข้อหลักๆจนลงกระดาษทุกครั้งที่รายงาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น